เมื่อได้ทราบว่า. ทางคณะวิทยาศาสตร์ ได้มีความจำนงค์ให้ผมเขียน เอกสารเพื่อถ่ายทอดความรู้ ในรูปแบบ One Point Knowledge ในเรื่องของ "เทคนิคการเขียนเอกสารประกอบการสอน" ผมจึงเริ่มลงมือถ่ายทอดมันออกมา ผ่านทางตัวหนังสือ ซึ่งผมมีบล๊อกอยู่แล้ว. จึงขอใช้บล๊อกนี้ในการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เท่าที่ผมจะมี
เอาล่ะครับ หากจะกล่าวถึง "การเขียนเอกสารประกอบการสอน" ในทัศนคติของผม ผมคิดว่า มันเป็นงานอันศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งใหญ่มาก สำหรับคนที่เป็น อาจารย์ เพราะมันคือ ผลงาน ที่กลั่นกรองออกมาจากตัวตนของคุณ เป็นความภาคภูมิใจของผู้สร้างผลงานนั้นเอง
สำหรับผม คนที่เป็น อาจารย์ ต้องไม่ใช่คนธรรมดา แต่ต้องเหนือกว่าธรรมดา คือพร้อมจะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเขียนเอกสารประกอบการสอน จะไม่เป็นเรื่องยากเลย สำหรับคนเช่นนั้น
ผมอาจจะกล่าวเกินไป แต่นั่นคือ ความจริง หากคุณคิดจะเดินบนเส้นทางของคนที่จะเป็น คุรุ ของผู้อื่น คุณต้อง หนักแน่น และ พร้อมที่จะเป็นแบบอย่าง
อาจารย์ ก็ต้องเป็น นักเรียน ในบางด้านเช่นกัน...
การเขียน เอกสารประกอบการสอน ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดตามมา หลังจาก ความสามารถในการ ตกผลึก ในความรู้จากอาจารย์ผู้สอนคนนั้น แต่กว่าจะได้มา ย่อมยากลำบาก
ดังนั้น ขั้นแรกคุณต้องถามตนเองก่อนว่า คุณจะเป็นเอกอุในการสอนวิชาอะไร คงไม่มีใครสามารถทำได้ทุกวิชา คุณจึงต้อง เลือก และจับมันให้มั่น วิชานั้นจะต้องผ่านการสอนจากคุณมาแล้วอย่างโชกโชน จนเรียกได้ว่า แทบหลับตาสอนได้เลย แต่มิใช่หมายความว่า ให้หากินกับ ของเก่า เพียงแต่ ทำให้คุณเป็น Expert ในเรื่องนั้นๆ
พอได้วิชาที่เราเก็ทกับมันอย่างลึกซึ้งแล้ว งานที่เหลือก็ไม่ยาก แต่ต้องใช้ความพยายาม อดทนสร้างมันขึ้นมาเท่านั้นเอง
ขั้นตอนนี้ ประกอบไปด้วย
1. การเตรียมข้อมูล
2. การวางโครงเรื่อง
3. ศิลปะในการเขียน
มีเพียง 3 ข้อเท่านั้นก็สามารถสร้าง เอกสารประกอบการสอนที่มีคุณภาพขึ้นมาได้แล้ว
ในขั้นตอนแรก เป็นการค้นคว้าเอกสารต่างๆ คือ ค้นคว้าในจักรวาลแห่งความรู้ว่า ในฟิลด์ของเรื่องนี้ มีใครสร้างความรู้อะไรไว้บ้าง แล้วทำการรวบรวมมา พร้อมกับเก็บข้อมูลอ้างอิงมาด้วย ในเรื่องนี้ จงอย่าพยายามอ้างอิงผ่านคนอื่น เพราะเท่ากับคุณยังเข้าไม่ถึง แหล่งกำเนิดของความรู้นั้น คุณจะต้องเข้าไปอ่านงานเขียนของ บุคคลสำคัญในแวดวงนั้นๆ ด้วยตนเอง เพื่อเข้าถึง แก่นแกนของความรู้ให้ได้ แล้วพยายามศึกษา วิเคราะห์ ให้แตกฉาน
การเก่งเพียงอย่างเดียว ยังไม่พอสำหรับการเป็นอาจารย์ แต่จะต้องสามารถ ถ่ายทอด ให้ผู้อื่นเข้าใจได้ด้วย ขั้นตอนที่ 2 เป็นการเปลี่ยนตัวตนจากอาจารย์ มาเป็น ศิลปิน หรือ ผู้กำกับภาพยนตร์ หรือ นักเขียน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับ นักคิดนักศึกษาทุกคน บางคนเป็นแต่ผู้อ่านมาตลอดชีวิต ยังไม่เคยเป็นผู้เขียนเลย คราวนี้แหละ สถานการณ์บังคับให้คุณต้องเปลี่ยนสถานะ อย่างที่บอกครับ เขียนในเรื่องที่เรารู้ รบร้อยครั้งย่อมชนะร้อยครั้ง
ในขั้นตอนที่ 2 เปรียบได้กับ การวางพล็อตเรื่องของภาพยนตร์ ซึ่งจะสนุกหรือน่าเบื่อก็อยู่ที่จุดนี้แหละ เอกสารประกอบการสอน ไม่จำเป็นต้องอัดแน่นไปด้วยข้อมูลทางวิชาการ อ่านแล้วไม่เข้าใจ ถ้าอย่างนั้นจะเขียนให้เปลืองกระดาษทำไม แต่ควรมีเนื้อหาที่น่าสนใจ อ่านง่าย มีการเรียบเรียงอย่างเป็นขั้นตอน เรียงจากง่ายไปยาก และต่อเนื่องสอดคล้องกัน เปรียบดังภาพยนตร์ตุ๊กตาทอง ทึ่สะกดคนอ่านให้นั่งติดตามดูจนจบเรื่อง
แต่ขณะเดียวกัน ความเข้มข้นของ เนื้อหา ก็เป็นเรื่องสำคัญ เปรียบได้กับ นักแสดง นั้นแสดงไดั สมบทบาท หรือไม่ เนื้อหาของเอกสารประกอบการสอน ควรให้คุณค่ากับผู้อ่านอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการท่องจำคำพูดเอาไปสอบเท่านั้น
สำหรับข้อที่ 3 ได้แก่ ศิลปะการเขียนนั้น เป็น สีสัน ที่แต่งแต้ม ชีวิต ให้กับเอกสารประกอบการสอนของคุณ เปรียบได้กับความสวยงามของฉาก ดนตรีประกอบ และมุขตลกต่างๆในภาพยนตร์นั่นเอง มนุษย์ทุกคนชอบ ความงดงามเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เอกสารประกอบการสอนที่ดีและสนุก ย่อมได้รับรางวัลอย่างแน่นอน
การเขียนอย่างมีศิลปะ ต้องได้รับการฝึกฝน หาใช่เรื่องที่เกิดขึ้นมาเองโดยไม่ ดังนั้น บนเส้นทางสายนี้คุณจะต้องรักการอ่านและการเขียน สนุกกับมัน การเขียนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ การเขียนสามารถบำบัดจิตใจได้ และการเขียนสามารถ ส่งผ่าน ประสบการณ์และความรู้ไปสู่คนอื่นได้ การเขียนจึงมีพลังอย่างมากมาย
ในอดีตผมอยากเป็นนักเขียนเป็นอย่างมาก ผมเคยอ่านหนังสือที่สอนเรื่องการเขียน ประโยคแรกที่ผมจำได้เป็นอย่างดีคือ "อยากเขียนเก่ง จงเขียน"
หวังว่า บล๊อกนี้ที่ผมเขียนขึ้นมา จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนอาจารย์บ้าง ไม่มากก็น้อย อนึ่งหากมีข้อติชมประการใด สามารถโพสต์เข้ามาที่บล็อกได้เลยครับ
ด้วยจิตคารวะ
ผศ. รวินทร์ ไชยสิทธิพร